CM. Go Club & School
ชมรมและโรงเรียนสอนหมากล้อมซีเอ็ม. โกะ ยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจในหมากล้อมทุกคน จัดสอนโดยนักหมากล้อมระดับดั้ง ดูหลักสูตร

ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ตรงข้ามโรงเรียนยุพราช ในโรงแรมแอทเชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม

Power Time Magazine
ผู้เขียน : kennabee
Article ID : 10
ผู้ชม : ทุกคน
รุ่น 1.00.02
ประกาศวันที่: 2010/1/26 7:29:59
คนอ่าน : 4672

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด(มหาชน) หัวเรือใหญ่ของเซเว่น อีเลเว่นและกูรูหมากล้อมคนสำคัญของเมืองไทย วันนี้มาเปิดกลยุทธ์การบริหารงานในช่วงเศรษฐกิจขาลงกับ “พาวเวอร์ไทม์”

การที่เป็นกูรูด้านหมากล้อม และกูรูสามก๊ก เคยนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจบ้างหรือไม่

“หมากล้อม เป็นแนวคิดของชาวตะวันออก ซึ่งเป็นหลักของซุนวู หลักหยินหยางที่ลึกซึ้งที่สุด แต่หากอยากเข้าใจอย่างละเอียดให้อ่านในหนังสือ มหาอาณาจักรฮั่นที่ผมเขียน ซึ่งพิมพ์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ส่วนเรื่องสามก๊กผมอ่านหลายเที่ยว ตอนนี้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กร เรื่องอ่านสามก๊ก ถกบริหาร (ฉบับอ่านกี่จบก็คบได้) เป็นพ็อคเก็ตบุ้คเล่มใหม่ล่าสุด อยากให้ลองอ่านกันดูครับ”

Click to see original Image in a new window


“กลยุทธ์หมากล้อมมี 2 หลักการคือ หลักที่ 1 .คุณต้องเข้าใจโครงสร้างหมากล้อมว่ามีเม็ดดำและเม็ดขาว โบราณสงครามใช้คนเยอะ 1 เม็ดคือกองร้อย เม็ดสีเดียวกันอยู่ด้วยกันหลายสิบเม็ด เกิดพลัง ถ้าอยู่ด้วยกันวางตำแหน่งไม่ดี ถึงมีคนมากก็ไม่มีพลัง และไม่มีประโยชน์ด้วย ดังนั้นกลุ่มหมากคือการวางแล้วสร้างพลัง เทียบกับหลักบริหารนี้คือบริษัทมีคนเป็นพัน คนมากทำให้บริษัทมีพลัง หลักอันนี้ทำให้เราคอยศึกษาตัวเองตลอดเวลาว่าเรามีทีมงานเกิดพลังหรือไม่”

"หลักที่ 2 ต้องมีต่อภายนอก คือการอยู่ร่วมสังคมกับบุคคลภายนอก ซึ่งแม้มีการแข่งขัน แต่ไม่ใช่การทำลายคนอื่นเพื่อปล้น ถ้าคิดทำลายเขาตัวเองจะแย่ไปเอง หรือการทุ่มทรัพยากรคือการทำลายคนอื่นต่อให้ทำได้ ตัวเองก็สูญเสียทรัพยากรด้วย ดังนั้นในเชิงหมากล้อมจึงแข่งกันสร้างไม่ใช่การแข่งทำลาย การสร้างคือเสริมตัวเองให้แข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน ไม่กลัวการแข่งขัน พัฒนาตัวเองทุกก้าว การบริหารงานของเราต่อภายนอกจึงใช้ความปรองดอง ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทำให้เกิดมิตรภาพ การทำงานร่วมกัน เปิดใจกันและไม่เคยรังแกคนที่อ่อนแอกว่า เพราะถ้าประโยชน์โดยการทำร้ายคนอื่น ตัวเองจะได้รับโทษและสูญเสียโอกาสในการสร้างสรรค์ตัวเอง”

อย่างเช่นการที่มีข้อครหาว่าทำลายร้านโชว์ห่วยแบบปาป้ามาม่าสโตร์ ?

“ที่ คนพูดว่าเซเว่นทำลายร้านโชว์ห่วย ขอบอกว่าไม่จริง เราต้องเอาความจริงมาพูดนะครับ ตลอดเวลาที่เราเปิดมา 20 ปี ร้านที่อยู่ใกล้ๆกันไม่ได้ปิดเลย ถ้าเขาปิดก็เพราะไม่ทำหรือลูกหลานไม่รับช่วงต่อ ด้วยเหตุผลที่ว่าเราไม่เคยลดราคาตัดคู่แข่ง เรามีแต่บอกว่าเราขายแพงที่สุด จนลูกน้องบอกว่าอย่าพูดได้มั้ย คนที่อยู่ข้างเราต้องอยู่ได้สิ อีกข้อคือหลายคนบอกว่าขายดีขึ้นเมื่อเซเว่นมา เพราะเรามีแสงสว่าง เวลาที่คนมาเซเว่นก็มักมีโต้รุ่ง คนมารู้สึกปลอดภัย อยากมาซื้อของ ชิมอาหารถูกที่อยู่ข้างร้าน ถือว่าได้อานิสงส์ไปด้วย และสินค้าก็ไม่ได้ชงไปหมด เพราะสินค้าของเซเว่น ถ้าเทียบซูเปอร์มาเก็ตมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”

“ดัง นั้นหลักการทำงานคือการสร้างพลังภายในต่อภายนอก เราไม่เสียพลังไปกับการคิดร้ายคนอื่นเดี๋ยวนี้สื่อก็ไม่ว่าเซเว่นแล้ว เพราะจริงๆมีร้านค้าที่เป็นประโยชน์จากเซเว่นจำนวนมาก”

ปัจจุบัน เซเว่นอีเลเว่น เป็นคอนวีเนียนสโตร์ที่มีสาขามากที่สุดและประสบความสำเร็จที่สุด ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ยังจะขยายอีกหรือเปล่า!!?

“เรา จะไม่หยุดขยาย ต้นปีมาเรามี 4,900 สาขา ปีนี้เราก็จะเพิ่มอีกสัก 400-500 นั้นแสดงว่าเรายังขยายยอดขายสิบเปอร์เซ็นต์จากร้านใหม่ ส่วนร้านเก่าที่มีคนเข้าร้านมากขึ้นก็จะขยายอีกห้าเปอร์เซ็นต์ รวมแล้วในปีนี้ก็น่าจะเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้เศรษฐกิจอย่างนี้ แต่เรามั่นใจว่าเราเป็นองค์กรนวัตกรรม ทุกคนต้องกินต้องใช้ เราเรียกตัวเองว่าอิ่ม สะดวก คือเวลาคนไม่รู้จะทานอะไรเร่งรีบ เข้าร้านเราก็จะสะดวก และอิ่มด้วย”

ในจำนวนนี้มีแฟรนไชส์เท่าไหร่

“เเฟรนไชส์ เรามีประมาณครึ่งนึงของร้านทั้งหมด มีร้านเฟรนไชส์ไม่ใช่ว่าเขาเอาร้านมาให้เรานะ ส่วนใหญ่เขาจะเสนอร้านที่ไม่เหมาะจะเป็นร้านเซเว่น ดังนั้นคนที่เขาอยากจะเปิดจะไปสวมร้านที่เปิดไปแล้วมากกว่า”

Click to see original Image in a new window

ช่วงนี้เศรษฐกิจขาลง มีกลยุทธ์ในการบริหารงานอย่างไรบ้าง

“เรา สร้างองค์กรให้เป็นองค์กรนวัตกรรม ผมพยายามหาทั้งสินค้าและบริการ การบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ นวัตกรรมนี้จะทำให้เราใหม่สดเสมอ เช่นดูง่ายๆ สินค้าที่กำลังดัง ไม่ว่าทุ่มทุนเป็น 100 ล้าน 1000 ล้าน เราสร้างสินค้านั้นให้ดัง และสินค้านั้นต้องอยู่ในเซเว่นเท่านั้น เราจะทำงานกับเจ้าของสินค้า 6 เดือนล่วงหน้า โดยเจ้าของอยากให้สินค้าอยู่ในร้านเซเว่นกว่า 5000 สาขา เขาจะเข้ามาเสนอว่ามีสินค้าดี จะลงทุนโฆษณาอย่างนั้นอย่างนี้ แสดงว่าเซเว่นมีโอกาสได้ศึกษาร่วมกับเจ้าของสินค้า เพราะเรามีประสบการณ์ เราจะท้วงติงเรื่องหีบห่อ สีสัน ราคา โฆษณา เราจึงจะเอาสินค้าเขาเข้ามา ถ้าเขาคิดว่าแน่ไม่พอใจอย่างที่เราเสนอ ก็จะไม่เอาเข้าร้าน แต่เป็นประโยชน์กับเขาที่โฆษณาทุ่มเท สินค้าเหล่านี้อยู่กับเราก่อนสักสองเดือนสามเดือน ก่อนไปที่อื่นนี่ถือเป็นนวัตกรรม ช่วยปรับให้สินค้าเขา เช่น ถ้ามีของใหม่มาขายเราก็มีส่วนช่วยเขาขาย สินค้าใหม่อยู่กับเราเกือบ250 ตัว เบื้องหลังคือการทำงานล่วงหน้า นี่ถือองค์กรแห่งนวัตกรรม โดยช่วยกันคงละไม้คนละมือ นี่แหละคือการอยู่กับวิกฤต”

“ส่วน เรื่องวิกฤติเศรษฐกิจในปีนี้ผมไม่ห่วงเพราะเบามาก หากเทียบกับปี 40 ตอนนั้นแรงกว่ามาก คนไทยผู้ประกอบการไทย ต้องเจอปัญหาแน่ แต่ผมเชื่อว่าคนไทยปรับตัวเก่ง จะไม่มีผู้ประกอบการใดงอมืองอเท้ารอวันปิด ไม่มีใครหรอกจะปล่อยให้มันปิดโดยไม่ทำอะไรเลย แต่เชื่อว่าทุกคนจะปรับตัว อาจจะมีผลกระทบบ้าง อย่าไปเอาภาพเศรษฐกิจโลกมาบอกว่าไทยแย่กว่าโลก เราแย่น้อยกว่าและอย่างไรเสียก็ต้องผ่านไปได้”

กลยุทธ์เรื่องบริการล่ะ

“ปรัชญา ของเรา คือปรารถนารอยยิ้มลูกค้า เราไม่เคยพูดกับลูกน้องว่าลูกค้าเป็นพระเจ้า เราอยากเห็นลูกค้ายิ้ม เราให้มองลูกค้าเป็นญาติ เราอยากให้ลูกค้ายิ้มด้วยทีมงานที่มีความสุข และเมื่อทีมงานทุกระดับทำงานด้วยความสุข ก็จะบริการให้ลูกค้าจากใจจริง เราทำงานแบบดูแลกัน เราไม่ได้เอาเป็นเอาตายจากการทำงาน การทำงานให้ได้ประสิทธิภาพต้องช่วยเหลือกัน เราทำงานแบบครัวเรือน เราอยากให้เห็นที่ทำงานเป็นที่อบอุ่น เราอยากให้ทีมงานของเราอยากมาทำงาน”
“ส่วนเรื่องบุ้คสไมล์ นี่คือเรื่องของการบริการสังคม เรามักจะมีร้านหนังสือน้อยมากตามข้างถนน เราจึงอยากขายอาหารสมอง เราจัดร้านสามคูหาหรือสองคูหา แต่มีหนังสือขายเยอะๆ เพราะถือเป็นร้านที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย องค์กรและลูกค้า”

ภาพรวมของร้านสะดวกซื้อขณะนี้ทั้งหมด ในสายตาคุณก่อศักดิ์

“ผมไม่วิจารณ์คนอื่น แต่เรายังถือว่าสังคมเรายังมีช่องว่างอีกมาก ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการว่าทำดีหรือไม่ดี ญี่ปุ่นประชากรมากกว่าเราเท่าตัวร้อยยี่สิบกว่าล้านคน โชว์ห่วยของเขามี 1 ล้านแห่ง คอนวีเนียนสโตร์ 6 หมื่นกว่าแห่ง กลับมาดูในเมืองไทยประชากรครึ่งหนึ่งของญี่ปุ่น เรามีร้านค้าย่อย 6 แสนกว่าร้าน เรามีคอนวีเนียนสโตร์ประมาณ 1.5 หมื่นร้าน สัดส่วนเขามีมากกว่าสี่เท่า เมืองไทยการขยายร้านสะดวกซื้อยังมีความเป็นไปได้อีก ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีคุณภาพหรือไม่ คุณคุมคนให้มีใจรักงานมั้ย เช่นวันนี้เรามีคนแปดหมื่นคุณจะต้องดูแลให้ทั้งหมดมีใจรักทำงาน อยู่ตรงนี้ต่างหาก เมืองไทยยังเติบโตทางด้านทางนี้อีก เพราะประชาชนต้องการความสะดวก บริการเราไม่แพงเช่น จ่ายค่าน้ำ โทรศัพท์ สะดวกกว่าไปจ่ายที่หลวง เราทำมาสิบปี เก็บ 10 บาท ไม่เคยขึ้นราคา”

เขาจบการสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจในธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง สวนกระแส และยังมีช่องว่างให้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ใต้กลยุทธ์แห่งแดนมังกรของเขาคนนี้ ....ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์....::

0
หน้าพิมพ์ส่ง ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
CM. Go Room
สินค้าหมากล้อม